[SF] ........PLEASE FORGIVE ME 1 [RYOxHIROKI]

posted on 17 Oct 2007 23:50 by devilfoxyfic  in RyoxHiroki
PLEASE FOR GIVE ME
CHAPTER 1
CAST •NISHIKIDO RYOxUCHI HIROKI
STORY BY •Devil_Foxy(NishikidoxUchi)

MUSIC - Please forgive me - Bryan Adams

ถ้าเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เมื่อไร เราก็จะไม่ทิ้งกันใช่มั้ย ?
สัญญานะ............ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

และนั่นเป็นคำสัญญาแรกในชีวิตเราสองคน..........

เด็กผู้ชายตัวเล็กๆสองคนที่แค่บ้านอยู่ติดกัน แค่เกิดมาอายุไล่เลี่ยกัน แค่ชอบทานอะไรเหมือนกัน แค่อยู่โรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่จำความได้ แค่ดูแลกันและกันมาตลอด

และแค่เราสองคนสัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป.......

“อื้ม.......เรียวสัญญา เรียวจะอยู่กับฮิโระตลอดไป ” เด็กน้อยคนหนึ่งหันมาตอบในขณะที่กำลังนั่งอยู่ในสวนสาธารณะกันสองคนหลังจากโรงเรียนอนุบาลเลิกเรียน

“ฮิโระก็สัญญา...จะอยู่กับเรียวจังตลอดไปเหมือนกัน ” เด็กผู้ชายแก้มแดงอีกคนหันมายิ้มให้ ในขณะที่ตอบรับคำสัญญานั้น นิ้วเล็กป้อมก็ยกขึ้นมาจรดที่ริมฝีปาก

“อย่างนี้จะเรียกว่าสัญญาลมปากมั้ยอ่ะ ? ” เด็กน้อยอีกคนก็ทำหน้ามุ่ยพลางคิดแต่ฉับพลันก็มองไปเห็นคู่รักคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลและพอจะได้ยินเสียงที่พูดคุยกัน

“ผมจะรักคุณตลอดไป....... ” เรียวมองตาไม่กระพริบพลางมองไปที่ฮิโรกิที่ยังทำหน้านึกอยู่

“ฉันก็เหมือนกันค่ะที่รัก............. ”

และไม่นานภาพที่เรียวเห็นแม้มันจะดูน่าอายเพียงใดแต่หากเด็กวัยอนุบาลคงดูไม่ออกว่าทั้งคู่ทำอะไรกัน เรียวยกนิ้วป้อมๆของตัวเองสะกิดเพื่อนรักหน้าหวานข้างๆจนฮิโรกิหันมามอง

“เมื่อกี้เรียวเห็นเค้าสัญญากัน........แล้วเค้าก็ทำเครื่องหมายสัญญาด้วยล่ะ ” พูดอย่างดีอกดีใจ นิ้วป้อมๆชี้ไปทางคู่รักคู่นั้นที่ยืนจูบกันดูดดื่มอยู่

“เอ๋.........แบบนั้นนะเหรอที่เรียกว่าเครื่องหมายสัญญาแล้วเค้าทำอะไรกันล่ะ ” ฮิโรกิผู้ใส่ซื่อยกมือขึ้นกัดที่นิ้วโป้งระหว่างมองคู่รักคู่นั้น

“เค้าก็แค่เอาปากประกบกันล่ะมั้ง.......... ” เรียวว่าแม้ในใจยังคงสงสัยตลอดเวลา ฮิโรกิหันหน้ามาทางเรียวพลางนั่งขัดสมาธิ

“งั้นเราก็ทำแบบเค้าสิเรียวจัง............ ”

“เอ๋....................... ”

“ทำแบบเค้าไง............. ”

แล้วเด็กน้อยสองคนก็หันหน้าเข้าหากัน บรรจงประกบริมฝีปากเล็กๆเข้าหากัน ประทับมันเอาไว้จนลืมเวลา เนิ่นนานราวกับเข็มนาฬิกาหยุดหมุน ทั้งๆที่ไม่ได้ลึกซึ้ง ทั้งๆที่ยังเด็กแต่ทำไมใจถึงเต้นแรงหนักนะ..........

เพราะ

ทั้งหมดก็แค่แทนคำสัญญา..........ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
ก็แค่จูบเบาๆ.............................

นั่นมันก็แค่จูบครั้งแรกที่ไม่มีใครลืมมันลงก็เท่านั้นเอง
จูบยามเย็น............วันที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า

เราก็เป็นเจ้าของริมฝีปากของกันและกัน............

เท่านั้นเอง

และมันก็เป็นคำสัญญาที่ทั้งสองคนทำได้มาตลอด...........ล่วงเลยมาจนปัจจุบัน

ใบหน้าคมที่ดูเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนบัดนี้กำลังหลับพริ้มอยู่บนเตียงใหญ่ เสียงนกร้องเบาๆที่ริมหน้าต่างทำให้เรียวค่อยๆยกมือขยี้ตาทั้งสองข้างเบาๆ เรียวพลิกตัวนอนตะแคงแต่ก็พบใครบางคนนอนหลับอยู่ข้างๆ

เรียวยิ้มบางๆบนใบหน้า มือใหญ่ยกขึ้นปัดผมยาวที่ตกลงมาปิดหน้าปิดใบหน้าสวยที่นอนหลับอยู่ข้างๆ เรียวลุกขึ้นเปิดผ้าม่านสีครีมออกและก็พบกับแสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้า หยาดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนกระถางต้นไม้ของเรียว ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก็พยากรณ์ได้ว่าวันนี้อากาศคงดีในรอบสิบวันที่ฝนตกหนักนั่นเอง

“ตื่นได้แล้วฮิโระ............ ” ส่งเสียงเรียกออกมาในขณะที่กำลังหยิบเสื้อผ้าออกมาจากตู้ ระหว่างที่หยิบของอยู่ก็เรียกย้ำๆไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าร่างบางนั่นนะตื่นจากการหลับใหลเลย

“ฮิโระ.......วันนี้นายมีเรียนตอนเช้านะถ้าไม่ตื่นเดี๋ยวก็ไปสายหรอก ” เรียวว่าก่อนจะหันมามองคนยังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง เรียวสาวเท้าไปเดินใกล้ๆชะโงกหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ........ขนตาแผยาวเป็นของ ฮิโรกิไม่สั่นไหวใดๆทั้งสิ้น ไหนจะสันจมูกโด่งนั่น อยากจะบิดให้หายหมั่นเขี้ยวจริงๆ

แต่พอชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆก็ถูกข้อมือเล็กรั้งใบหน้าให้แทบจะติดกัน ปากบางๆของฮิโรกิประทับลงบนแก้มเรียวอย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวตั้งหลักไม่ทัน

“มอนิ่งคิส.......เรียวจัง ”

“นายไปจำมาจากไหนอีกแล้วเนี่ย......... ” เรียวว่าก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆฮิโรกิ ร่างบางชันกายลุกขึ้นนั่ง บิดหายไปมาสองสามทีก่อนจะตอบคำถามของเรียว

“ในหนังฝรั่งที่เรียวเช่ามาไง.......ดูดีออกว่ามั้ย ? ” ฮิโรกิหัวเราะเบาๆ

“แต่ฉันเช่ามาตั้งสองเรื่องนะ แบบเรื่องไหนกันล่ะ ฉันยังไม่ได้ดูสักเรื่อง ” เรียวว่าพร้อมกับตั้งคำถาม ร่างบางก็ได้แต่อมยิ้ม

“มันก็มีมอนิ่งคิสทั้งสองเรื่องเลย......แต่มันไม่เหมือนกันหรอกนะ ” ฮิโรกิพูดพลางฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมพอเรียวขมวดคิ้วเป็นปมราวกับเชือกปุ๊บ ร่างบางก็กระเถิบมานั่งใกล้ๆ

“เรียวจังอยากรู้มั้ยล่ะ ? อีกแบบหนึ่งน่ะ ” เรียวก็ได้แต่ทำหน้าคิดแต่ฮิโรกิก็ฉวยโอกาสไม่ให้เรียวได้คิดอะไรทั้งสิ้น ประกบริมฝีปากนุ่มของตนลงบนริมฝีปากของเรียว

แค่สัมผัสเบาๆแล้วก็ถอนออกเท่านั้นเอง..............

“นี่ไงอีกแบบ........มอนิ่งคิสอีกรอบนะ

“ทำแบบนี้กับฉันมันจะดีเหรอ............ ” เรียวพูดในขณะที่ฮิโรกิกำลังจะเดินออกไปจากห้อง ฮิโรกิหันมามองหน้าเรียว ลำคอเรียวเอียงเป็นเชิงสงสัย

“อะไรเหรอ ? ”

“ปะ........เปล่าหรอก ฮิโระไปเถอะเดี๋ยวอีกสิบนาทีจะไปรับที่บ้าน.......... ” ฮิโรกิพยักหน้ารับก่อนจะเดินพ้นประตูห้องออกไป

เรียวทิ้งตัวลงบนที่นอน นิ้วใหญ่ยกขึ้นมาลูบเบาๆที่ริมฝีปาก ไอร้อนบางๆยังคงไม่จางไปไหน............

ก็แค่จูบ..........จูบที่ไม่มีความหมายอะไรนอกจากการทักทาย

เราสองคนก็แค่เพื่อนกัน.........จำไว้สิเรียว

.
.

“อายุขนาดนี้แล้วนะเรียวจัง........ยังมาปั่นจักรยานไปมหาลัยอีก ” ร่างโปร่งของฮิโรกิยืนกอดอกมองเรียวที่จูงจักรยานคันเก่งมาหยุดตรงหน้า เรียวเงยหน้าขึ้นมามองยักคิ้วให้สองสามที

“แล้วไม่ไป ? ”

“ไปสิ !!!!!!!!!!!!! ” ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นซ้อนท้ายเรียวทันที เรียวหัวเราะเบาๆและใจสั่นทุกครั้งที่แขนเรียวโอบเอวเค้าไว้จนมิด ใบหน้าที่ซุกกับแผ่นหลังเค้า

ฮิโรกิจะได้ยินเสียงหัวใจหรือเปล่านะ ?
ตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ทุกวัน................

เรียวแวะเอารถจักรยานจอดไว้ที่ร้านกาแฟข้างมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นร้านที่เรียวทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนทุกวัน

“เรียวจังขยันจังเลยนะทำงานทุกวันเลย จะเก็บเงินไว้ซื้ออะไรเหรอ ” ฮิโรกิถามออกมาในขณะที่ยืนมองดูเรียวกำลังล็อคโซ่กับจักรยานตัวเอง

“จะเอาไว้ซื้อมอเตอร์ไซค์นะ.......”

“โห้....ทำไมอ่ะ เรียวจังไม่เคยเห็นบ่นว่าอยากได้เลยนี่ ” ฮิโรกิยืนกอดอกพิงผนังของร้านกาแฟ นัยน์ตาคู่สวยก็มองมาที่เรียว

“ก็โตแล้วนี่ใช่มั้ย....อีกอย่างถ้ามีมอเตอร์ไซค์จะได้พานายไปเที่ยวกันสองคนได้ ”

พอได้ยินคำว่าไปเที่ยวฮิโรกิถึงกับทำตาโตถลาใส่เรียวที่เพิ่งจะลุกขึ้นยืนจนเกือบจะล้มคะมำกันทั้งสองคน

“จริงๆเหรอ ! จะได้ไปเที่ยวกันสองคนด้วยรถของเรียวจังจริงๆเหรอ ” ฮิโรกิไม่ว่าเปล่ายังเอามือโอบเอวเรียวเอาไว้จนคนมองกันทั่ว ฝ่ายเรียวที่ไม่สนใจใยดีอะไรอยู่แล้วก็ได้แต่ยิ้มแล้วก็พยักหน้ารับคำ

“เย้ๆจะได้ไปเที่ยว งั้นเราขี่มอเตอร์ไซค์ไปทั่วเกาะญี่ปุ่นเลยได้มั้ย ? ”

“ได้สิแต่นายเติมน้ำมันเองนะ.......... ” เรียวว่าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อใบหน้าสวยของฮิโรกิงอลงจนเห็นได้ชัดแต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้วเดินมาคล้องแขนเรียวไว้หลวมๆ

“ถึงเวลานั้นคนที่ออกตังค์ค่าน้ำมันก็ต้องเป็นเรียวจังอยู่แล้ว....เราไปกันเถอะเดี๋ยวฮิโระเข้าไม่ทันคาบแรก”

ว่าแล้วฮิโรกิก็ฉุดลากฉุดดึงเรียวด้วยแขนเล็กๆที่คล้องเอาไว้ให้เดินตามกันเข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยโดยไม่สนใจสายตานับสิบที่มองดูผู้ชายสองคนควงแขนกันอย่างออกหน้าออกตา เรียวลอบมองผมสีน้ำตาลอ่อนของฮิโรกิพลางคิดถึงสีผมดำสนิทเรียงตัวสวยของฮิโรกิเหลือเกิน..............

รู้มั้ย ? การซื้อรถมอเตอร์ไซค์นะไม่ได้อยู่ในความคิดของฉันเลย
แต่ฉันแอบมองเห็น..........ฮิโรกิที่เอาแต่มองมอเตอร์ไซค์คนนู่นคนนี้ที

ฉันเดาว่านายคงอยากได้...............
และฉันเดาว่านายคงอยากซ้อนท้าย

และฉันก็เดาได้ว่าตัวเองต้องซื้อมันเพื่อนายอีกแล้ว

เรียวพาฮิโรกิมาส่งหน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์ที่ฮิโรกิเรียนอยู่ ร่างบางก้าวออกไปข้างหน้าเดินขึ้นไปหยุดบนขั้นบันไดก่อนจะหันมามองเรียวที่ยืนต่ำกว่าตน

“ขอบคุณมากนะที่มาส่ง.........วันนี้ฮิโระเลิกตอนสิบเอ็ดโมงแล้วเรียวจังล่ะ ”

“ฉันมีเรียนตอนบ่าย........เดี๋ยวจะออกไปทำงานพิเศษก่อน ” เรียวว่าพลางดูนาฬิกาที่ข้อมือ ฮิโรกิยิ้มกว้างก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปจนสุด

“งั้นพอเลิกเรียนแล้วจะไปหาที่ร้านนะ.......ไปแล้วนะเรียวจัง ” แล้วมือเล็กๆของฮิโรกิก็ยกขึ้นชูโบกอำลาเรียวก่อนจะวิ่งเข้าไปในตึกเรียน เรียวได้แต่ยืนยิ้มพร้อมกับลดมือที่ยืนโบกลงต่ำจนกลายเป็นการวางแขนระนาบกับลำตัว

ก่อนจะยกไหล่ขึ้นถอนหายใจเบาๆแล้วรีบเดินออกไปทำหน้าที่ของตนเองต่อไปในขณะที่เรียวกำลังเดินหันหลังไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาคู่สวยของฮิโรกิที่จ้องมองมาจากบนห้องเรียนนั่นกำลังส่งลาเค้าอีกรอบหนึ่ง

ฮิโรกินั่งอยู่ริมหน้าต่างแขนข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าคางมนเอาไว้แล้วแอบลอบมองเพื่อนสนิทเดินออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ฮิโร๊~จัง ” เสียงเรียกยานคางดังขึ้นจากข้างหลัง ฮิโรกิหันไปมองก่อนจะส่งยิ้มให้กับผู้ที่เดินมาใหม่

“ยูยะจัง..........”

“แอบมองเรียวคุงอีกล้วเหรอ ? ” ยูยะว่าก่อนจะเดินมานั่งข้างๆเอาคางเกยหน้าต่างห้องแล้วมองคนที่เดินจ้ำเอาๆ

“บ้า.......ไม่ได้มองสักหน่อย ”

“นั่นสิจะมองทำไมล่ะเนอะก็อยู่ด้วยกัน ตัวติดกันออกขนาดนั้น ” ยูยะว่าพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ฮิโรกิ

“อย่าคิดอะไรนะยูยะ ฮิโระกับเรียวก็แค่เพื่อนกัน.......... ” พอพูดถึงตรงนี้เสียงก็อ่อยขึ้นมากะทันหันจนยูยะจับผิดได้เสมอๆ เวลาพูดถึงเรื่องความเป็นเพื่อนอะไรนั่นฮิโรกิเพื่อนเค้าก็มักจะเป็นแบบนี้ทุกทีเลย

“ก็ทำให้เกินเพื่อนสักทีสิ ! ”

พอได้ยินแบบนั้นฮิโรกิก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกดังก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ยาวในห้องเรียน ยกมือขึ้นชันแก้มข้างหนึ่งเอาไว้ ทำปากยู้ช่างดูน่ารักน่าชังเหลือเกิน

“ฉันพยายามแล้วน้ายูยะจัง.......ทั้งหอมแก้ม ทั้งกอดเรียวจังไม่เห็นมีท่าทีอะไรเลย ” ว่าแล้วถอนหายใจออกมานึกถึงเมื่อเช้า ทั้งๆที่อุตส่าห์แกล้งมอนิ่งคิสไปเมื่อเช้าแท้ๆ เรียวยังทำหน้าตาปกติ ไม่มีอาการตกใจอะไรทั้งนั้น นึกแล้วโมโห..............

“เรียวคุงคงนึกว่ามันเป็นเรื่องปกติล่ะมั้ง..........ก็นายเล่นกอด เล่นหอมเค้ามาตั้งแต่เด็กๆ ” เสนอความเห็นให้กับเพื่อนรักและก็ต้องรับฟังเสียงถอนหายใจอีกครั้ง

“จริงๆแล้วฉันก็ไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าชอบเค้า.........บอกไปจะมองหน้ากันไม่ติดแถมยังโดนมองแปลกๆอีกด้วย ชอบผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ........เฮ้อ ”

“แปลกตรงไหนล่ะก็แค่ชอบผู้ชายด้วยกันเอง ความรักมันไม่มีเหตุผลสักหน่อย....อีกอย่างนายดูนั่นสิเค้าไม่เห็นจะแคร์อะไรกันเลย ” ยูยะชี้ไปที่นอกห้อง ฮิโรกิมองตามอย่างหน่ายๆพลางส่ายหน้าไปมาช้าๆ

“ชิเงะจังกับเคย์จังนะเหรอ..........ก็ชิเงะจังเค้าสวยออกแบบนั้นเคย์จังจะอายอะไรล่ะ ? ”

ฉับพลันมือเล็กของยูยะที่กำลังชันคางอยู่ก็กระตุกทันที ร่างเล็กหันไปมองฮิโรกิ จดจ้องกับเพื่อนรัก พูดอย่างกับตัวเองไม่สวยอย่างนั้นแหละ ! ถ้านายไม่สวยอย่างฉันเค้าเรียกว่าอะไรหา ! ฮิโรกิ

“น่าอิจฉาชิเงะจัง........ได้เป็นแฟนกับเคย์จังด้วยล่ะ ”

“พูดยังกับว่าตัวเองอยากเป็น...........เฮ้ย !!!!!!!!! ” จู่ๆก็ตะโกนออกมาดังลั่นห้อง โชคดีที่อาจารย์ยังไม่มาไม่งั้นยูยะได้โดนว่าแน่ๆ...................

“คิดออกแล้ว !!!!!!!!! ”

“อะไร ? ” ร่างบางเอียงคอเล็กๆทำหน้างงใส่ยูยะ ร่างเล็กกวักมือเรียกให้ฮิโรกิเอาหูมาใกล้ๆก่อนจะกระซิบกระซาบ ฮิโรกิเบิ่งตาโตเป็นพักๆก่อนจะร้อง ‘เฮ้ย’ ขึ้นมาในตอนหลัง

“บ้า ! ไม่เอาด้วยหรอก” ฮิโรกิทำหน้ามุ่ย ยูยะยักเลิ่กคิ้วขึ้นสูงยกมือขึ้นชันแก้ม

“แล้วไม่อยากเป็นแฟนกับเรียวคุงเหรอ ? ” พอพูดถึงตรงนี้ฮิโรกิก็อึกอักอีกแต่ใบหน้าสวยนั่นกลับแดงซ่านขึ้นมาตามความรู้สึกที่ยูยะมองออกมาตั้งแต่รู้จักฮิโรกิใหม่ๆว่าร่างบางตรงหน้าหลงรักเรียวมากขนาดไหน

“งั้นก็ทำตามที่ฉันบอก..........ฉันดูไม่ผิดหรอกเรียวคุงนะท่าทางจะเป็นพวกซื่อบื้อเหมือนนายนั่นแหละ ”

ยูยะว่าเชิดๆแต่แล้งก็ต้องรีบวิ่งหนีเมื่อฮิโรกิลุกขึ้นวิ่งไล่เค้าไปทั่วห้องเรียนจนเกิดเสียงหัวเราะเบาๆขึ้นมาในห้องนี้

.
.

“โห้ยยยยยยยยไม่เอาหรอก.........ทำไมเราต้องยอมด้วยล่ะ ” ชิเงอากิแทบจะครางออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อได้ยินสิ่งที่ยูยะบอกออกมาแต่ก็ต้องเบาเสียงเมื่อยูยะทำปากจิ๊ๆเป็นการบอกว่าอาจารย์กำลังสอนอยู่

“นะชิเงะจังไม่สงสารฮิโระจังเหรอ ? แค่ยืมไม่กี่วันเอง ” ยูยะยกมือจับบ่าชิเงะในขณะที่เคอิจิโร่ก็กำลังทำหน้าคิดอยู่หลังชิเงะ

“ก็..........สงสารนะแต่แฟนเราทั้งคนนะจะมายกให้ง่ายๆ......มัน ” ยังไม่ทันจะพูดแย้งอะไรชิเงะก็เหลือบเห็นคนรักที่นั่งอยู่ข้างๆฮิโรกิพยักหน้าให้เบาๆ

“เคย์จัง เอาจริงเหรอ ? ” ถามเสียงอ่อยถึงอยากจะช่วยก็เถอะแต่นี่แฟนทั้งคนนะ จะให้ยกให้ฮิโรกิง่ายๆมันก็ดูแปลกๆชอบกล

“ไม่เป็นไรหรอกชิเงะจัง เดี๋ยวฉันทำภารกิจะเสร็จเมื่อไรจะกลับมาเป็นของชิเงะจังทั้งตัวทั้งหัวใจเลย ” คนรักตาปรือของชิเงะว่าก่อนที่เจ้าตัวคนถูกพูดใส่ได้แต่นั่งบิดไปบิดมาด้วยความอาย

“เยี่ยมมาก ! เอาเป็นว่าเรามาวางแผนกัน.......... ” แล้วเจ้าตัวคิดเรื่องอย่างยูยะก็กางแขนออกกว้างรั้งบุคคลที่จะเข้าร่วมแผนการมาโอบไว้แล้วเริ่มอธิบายแผนที่เทโกชิ ยูยะคนนี้เรียบเรียงจากมันสมองอันชาญฉลาดเมื่อครู่ ! และแน่นอนว่าคุยแผนกันได้ไม่นานทั้งสี่คนก็โดนไล่ออกจากห้องข้อหาเสียงดังรบกวนการเรียนของคนอื่น...........

.
.

เรียวลอบมองนาฬิกาบ่อยๆตอนนี้เกือบๆจะเที่ยงแล้วแต่ก็ยังไม่เจอคนร่างบางที่สัญญาว่าจะมาหาที่ร้านหลังเลิกเรียน เสียงฝนตกหนักทำเอาจิตใจเรียวกระวนกระวายว่าฮิโรกิจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า

เฮ้อ.........ทั้งๆที่เมื่อเช้าฟ้าออกจะใสออกขนาดนั้น

เรียวถอนหายใจออกมายาวๆในขณะที่กำลังเช็ดแก้วกาแฟที่เคาเตอร์อยู่แต่สายตาก็ยังไม่หยุดมองไปที่หน้าประตูหวังเพียงมันจะเปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่กำลังรอคอย

แต่แล้วเรียวก็วางแก้วลงด้วยความรู้สึกที่ทนไม่ไหว ทำไมเค้าต้องมาชะเง้อคอรอเจ้าตัวดีนั่นแบบนี้ เรียวจึงถือโอกาสไปขออนุญาตมาสเตอร์ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านเพื่อหยุดการทำงานวันนี้ไว้เพียงเท่านี้และทันทีที่เรียวถอดผ้ากันเปื้อนออกเสียงกระดิ่งที่หน้าประตูก็ทำหน้าที่ของมันอย่างชัดเจน ร่างของใครบางคนที่ไม่ใช่คนที่เค้ารอคอยปรากฏตัวขึ้นในสภาพเปียกปอน ซึ่งร่างนั้นเรียวจำได้ดีว่าเป็นเพื่อนร่วมคณะของ ฮิโรกิที่ชื่อว่า.........ชิเงอากิ...........

มาสเตอร์ของร้านรีบเดินเข้าไปใกล้ๆร่างเล็กนั่นก่อนจะยื่นผ้าเช็ดตัวให้ซับน้ำที่เปียกไปทั่วร่างกายของชิเงะ ร่างบางรับมันมาเช็ดอย่างลวกๆ ดวงตาคู่สวยที่เรียวมักจะเห็นว่าสดใสตลอดเวลาดูเหม่อลอยราวกับล่องลอยไปไกล ชั่วพลันริมฝีปากนั่นก็ขยับช้าๆ

“ผมมาหานิชิคิโดคุง.........เค้าอยู่มั้ยฮะ ”


หัวใจเรียวเหมือนลงมาอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงรีบเดินออกมาจากหลังประตูที่ยืนดูอยู่ ก้าวมาหยุดตรงหน้าชิเงะ มาสเตอร์พยักหน้าเป็นเชิงขอตัว ชิเงะทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้เหล็กลายสวยที่ริมหน้าต่างและเรียวก็นั่งลงตามด้วยท่าทีสุขุมแม้ในใจจะร้อนลุ่มราวกับโดนไฟแผดเผา

“คาโต้ ? มีเรื่องอะไร ” น้ำเสียงเบาๆแสนเยือกเย็นหลุดออกจากปากเรียวหลังจากที่มองชิเงะที่เอาแต่นั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ชิเงะหันมามองเรียวช้าๆก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับผ่ามือตัวเองแล้วเริ่มร้องไห้

เรียวรู้สึกงงงันเมื่อเห็นกิริยาของร่างเล็กตรงหน้า มือใหญ่ยกขึ้นตบไปที่บ่าเบาๆตามภาษาการปลอบฉบับ นิชิคิโด เรียว แต่ชิเงะก็ยังเอาแต่สะอึกสะอื้นแม้จะร้อนใจแต่เรียวก็ยังคงปล่อยให้คนตรงหน้าระบายความรู้สึกออกมาเป็นการร้องไห้

“ฮึก.....ฉันโดนทิ้ง ” นั่นเป็นประโยคที่สองที่หลุดจากปากชิเงะหลังจากที่เข้ามานั่งในร้านและนั่นมันก็ทำให้เรียวงงหนักมากกว่าเดิม ในเมื่อชิเงะถูกทิ้ง เค้ายิ่งไม่เข้าใจในเมื่อมองไปทางไหนมันก็ไม่สามารถจะโยงเกี่ยวกับเค้าได้สักนิด

“เอ๋...โคยาม่านะเหรอ ? ” และเรียวเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดผิดมหันต์เมื่อร่างเล็กตรงหน้าเริ่มร้องไห้หนักกว่าที่เป็นอยู่

“เคย์จังทิ้งฉันไป........ฮึก ไปมีแฟนใหม่ ” หากจะมอบรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมชิเงอากิคงได้รับรางวัลอย่างไม่ต้องสงสัยในเมื่อตอนนี้เค้าทำให้เพื่อนรักของเพื่อนสนิทอย่างเรียวมีสีหน้ากังวลใจเพิ่มมากขึ้น

“อย่าเสียใจไปเลยนะ.....มีคนตั้งมากมายที่รอจะรักนาย อย่าไปเสียน้ำตาให้คนแบบนั้นเลย ” เรียวไม่รู้จะสรรหาคำใดมากปลอบร่างเล็กตรงหน้าเค้าได้อีกแล้ว นี่จึงเป็นถอยคำที่เค้าคิดว่ามันดูดีที่สุดและมันก็ได้ผลเมื่อชิเงะหยุดสะอื้นเหลือบมองเรียวด้วยดวงตาที่มีแต่คราบน้ำตาและรอยบวมช้ำ

“ฉัน.......ฉันจะไม่ว่าอะไรเลย........ถ้าเคย์จังไม่ได้ชอบคนๆนั้น........ถ้าไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่....” หัวใจของเรียวเต้นแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อดวงตาสีช้ำนั่นสั่นระริกริมฝีปากของชิเงะสั่นราวกับกำลังโกรธเคืองเป็นอย่างมาก

คนๆนั้นของนาย...........ต้องไม่ใช่...........

ขอให้ไม่ใช่ที............ได้โปรด............อย่าทำให้ฉันกลัวไปมากกว่านี้

...........ฉันไม่อยากสูญเสียนายไป.............
ฮิโรกิ

“ถ้า......ถ้าคนๆนั้นไม่ใช่เพื่อนรักของฉัน ถ้าไม่ใช่ฮิโรกิ !

ราวกับปราการแห่งความเข้มแข็งทรุดลงแม้เรียวไม่ได้แสงออกทางสีหน้าแต่ชิเงะที่เหลือบตาขึ้นมามองก็รู้ว่าเรียวกำลังเม้มริมฝีปากจนแน่น มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนขึ้นเป็นเส้นเลือดนูน

“ฮิโระ....คบกับโคยาม่าแล้วรึยัง ” สิ่งที่ตอบคำถามของเรียวมีเพียงชิเงะที่พยักหน้ารับเบาๆเท่านั้นเอง......

.
.

ฉันสูญเสียนายไปแล้วใช่มั้ย ?
ฮิโรกิของฉัน

.
.
.

“โอ๋ๆ..........ไม่เอาไม่ร้องนะชิเงะจัง ” หลังจากนั้นราวๆหนึ่งชั่วโมงชิเงะก็เดินออกจากร้านเมื่อเรียวเอ่ยเสียงเรียบๆว่ามีเรียนภาคบ่ายและบัดนี้ทั้งสี่คนกำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่ที่ไกลกับมหาวิทยาลัยพอสมควร เคย์จังกำลังยกมือขึ้นลูบผมของชิเงะเบาๆ

“เก่งมั้ยล่ะ........ฉันนะน่าจะได้รางวัลด้วยซ้ำไป ” ชิเงะว่าพลางส่องกระจกมองใบหน้าของตนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

“อยากได้อะไรล่ะครับ........... ” แล้วชิเงะกับเคย์จังก็เข้าสู่โลกส่วนตัวที่ไม่สามารถมีใครเข้ามายุ่งได้ ยูยะหันไปมองฮิโรกิที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใส หลอดในมือคนน้ำแข็งดังกระทบแก้วใสดังกริ๊งๆแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

“ทำแบบนี้จะดีจริงๆเหรอยูยะจัง.........แบบนี้นะเหมือนโกหกเรียวจังเลยนะ ”

“นิดๆหน่อยๆน่า..........” ยูยะพูดออกมาราวกับเป็นเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ใครๆก็ต้องทำและนั่นก็ทำให้ฮิโรกิมีสีหน้ากระวนกระวายมากกว่าเดิม

“แต่เกิดมาฮิโระยังไม่เคยโกหกเรียวจังเลยนะ........ไม่มีสักเรื่องเลย ”

“มีสิ............เรื่องนั้นไง ” ยูยะกำมือพลางทุบลงไปที่อกของร่างบางตรงหน้า

“ฮิโระโกหกเรื่องนี้กับเรียวคุงมาตลอด.........และเรียวคุงก็ซื่อบื้อโกหกได้ไม่เนียนเหมือนที่ฮิโระทำ ” ว่าแล้วก็ทุบๆลงไปเบาๆบนอกของฮิโรกิข้างที่มีหัวใจเต้นตุบๆอยู่

“แต่ว่า..........” แต่ฮิโรกิก็ยังแสดงสีหน้ากังวลจนยูยะจิ๊ปากเหมือนคนโดนขัดใจ

“อยากได้เค้ามาก็ต้องทำ ! จะมาปวกเปียกแบบนี้ไม่ได้หรอกนะฮิโรกิ ลองหลับตาคิดสิถ้าวันหนึ่งเรียวคุงมีคนอื่น ถ้าต่างคนไม่มีใครยอมพูดออกไป........ทนได้มั้ยถ้าเรียวคุงต้องเป็นของคนอื่น ”

แล้วแววตาของฮิโรกิก็ฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมากะทันหัน ร่างบางเอาแต่ส่ายหน้าไปมาและเม้มปากจนสนิท

“ฉัน........จะไม่ยอมเสียเรียวจังให้ใคร.......ไม่ว่าจะหน้าไหนก็ตาม........... ” ยูยะนึกหัวเราะอยู่ในใจกับสีหน้าของฮิโรกิในตอนนี้ นี่คงไม่รู้ตัวเลยล่ะมั้งว่ากำลังแสดงความเป็นเจ้าของเรียวอย่างไม่ปิดบังอยู่แถมยังพูดออกมาราวกับเป็นเด็กๆที่งอแงเวลาจะโดนแย่งของรักอย่างนั้นแหละ

“ก็ดี........ทำตามอย่างที่พูดให้ได้แล้วกัน ” ยูยะพิงตัวกับเก้าอี้ตัวนิ่มพลางยกกาแฟใส่นมของโปรดขึ้นมาดื่ม ฟองขาวๆเลอะไปทั่วปากเรียกร้อยยิ้มให้กลับคืนมาจากใบหน้าเคร่งขรึมของฮิโรกิได้แทบจะทันที

“เคย์จังต่อไปนี้ต้องฝากตัวจนกว่าจะสำเร็จด้วยนะ ชิเงะจังขอบคุณนะที่ให้เรายืมเคย์จัง” ฮิโรกิลุกขึ้นโค้งตัวให้กับเพื่อนทั้งสองคน ทั้งชิเงะและเคย์จังต่างพยักหน้ารับเบาๆ

.
.

ฉันจะไม่ยอมสุญเสียเรียวไปเด็ดขาด..............
และฉันจะไม่ยอมหยุดแค่คำว่า “เพื่อน ”

ไม่ว่าใครหน้าไหนก็จะแย่งเรียวไปไม่ได้

ฉันไม่ยอม !

ต่อให้ต้องโกหกและหลอกลวงเรียวจังแต่ถ้ามันทำให้ฉันไม่ต้องเสียเรียวจังไป
เท่าไรฉันก็จะทำ !

หลังจากเรียนตอนบ่ายเสร็จก็เกินเวลาสี่โมงเย็นแล้วเรียวได้แต่ไปทำงานที่ร้านกาแฟด้วยสภาพจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไรหนัก ทุกครั้งที่มีคนเปิดประตูเข้ามาก็ได้แต่อธิฐานขอให้เป็นคนที่เค้ารอคอยมาตลอด รอให้มาเปิดใจพูดกัน !

จนเวลาล่วงเลยไปถึงสองทุ่มกว่าๆได้เวลาปิดร้านแล้ว เรียวถอดชุดกันเปื้อนเก็บไว้ในล็อคเกอร์ก่อนจะขอตัวมาสเตอร์กลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านเรียวยังคงคิดเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นไวจนเค้ารับแทบไม่ทัน

ฮิโรกิของเค้ามีแฟนไปซะแล้ว ฮิโรกิที่ยิ้มให้เค้าเมื่อเช้าตอนนี้รอยยิ้มนั่นกำลังจะกลายเป็นของคนอื่นเพียงแค่คิดแค่นั้นราวกับอากาศทั้งหมดหายไปจากโลกใบนี้ เรียวต้องสะบัดหน้าไปมาเพื่อขับไล่ความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นเรื่อยๆหลังจากได้รับข่าวจากชิเงอากิ

เรียวยิ้มออกมาบางๆท่ามกลางแสงไฟนีออนมากมายแต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่มาจากใจเลยสักนิด

ทำไมนะ......ทั้งๆที่ฉันควรจะดีใจกับนายในฐานะเพื่อนแท้ๆ
แต่ตอนนี้หัวใจฉัน........กลับรู้สึกเจ็บปวดมากเหลือเกิน

ฉันกลัวฮิโระ.......กลัวจะยิ้มให้นายไม่ได้เหมือนเดิม
ฉันกลัวฮิโระ.......กลัวสิ่งที่ฉันกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

กลัวมาก

กลัวว่าที่รู้สึกอยู่ตอนนี้......จะไม่ใช่แค่การหวงเพื่อนธรรมดาๆ
แต่กลัวว่ามันจะเป็นมากกว่านั้น

เมื่อเรียวกลับมาถึงบ้านก็ไม่พูดไม่จากับใครทั้งนั้นจนคุณนายนิชิคิโดถึงกับขมวดคิ้วกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกชายตัวดี เมื่อเปิดประตูห้องออกเรียวก็ได้แต่เขวี่ยงกระเป๋าเป้ใบโตขึ้นไปบนเตียงเท่านั้นแต่ว่า...

“โอ้ย ! เจ็บนะ ” เสียงหวานๆของคนที่รอมาตลอดวันดังขึ้นเบาๆ เรียวรีบตาลีตาเหลือกเปิดไฟกลางห้องแทบจะทันที

“ฮิโระ......มาทำอะไรเนี่ย ”

“ก็มารอเรียวจังนะสิ......แต่ว่าเอาของมาขว้างใส่กันแบบเนี้ยน่าโกรธไหมล่ะ” ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงของเรียวทำหน้าบู้ เรียวได้แต่อมยิ้มกับท่าทีของฮิโรกิ ปากงอนๆที่เชิดขึ้นกับการพองให้ลมเต็มแก้มนั่นช่างดูน่ารักน่าชังเหลือเกิน

น่ารักเสียจน..............หวงจนอยากได้ไว้กับตัว

ว่าแล้วเรียวก็ลงไปนั่งบนเตียงก่อนจะรั้งร่างบางมากอดไว้แนบอกจนฮิโรกิรู้สึกตกใจ แน่ล่ะร้อยวันพันปีเรียวไม่เคยกอดเค้าเองเลยสักครั้ง แต่ทำไมกอดครั้งนี้มันถึงอบอุ่นได้ขนาดนี้นะ

“ขอโทษนะ.เจ็บมากรึเปล่า ? ” พอได้ยินคำถามนี้ฮิโรกิถึงได้ซุกหน้าสวยๆของตัวเองลงบนแผ่นอกของคนกอดก่อนจะซุกไซ้ไปมาราวกับเป็นลูกแมวตัวเล็กๆ

“ไม่หรอก ไม่เจ็บเลย.........”

กอดฉันสิ
กอดฉันแน่นๆ
กอดฉันเอาไว้

ได้โปรด........กอดฉันให้นานกว่านี้

เรียวได้แต่อมยิ้มกับพฤติกรรมของเพื่อนร่างบางของตัวเองแต่เมื่อประโยคหนึ่งหลุดออกจากปากฮิโรกิก็เหมือนพรากช่วงเวลาแห่งความสุขของเรียวไปด้วยจนหมด.........

“เรียวจัง.......ฮิโระมีแฟนแล้วนะ ”

แค่ประโยคเดียวเท่านั้นจริงๆที่ทำร้ายหัวใจใครบางคนอย่างช่วยไม่ได้ เรียวได้แต่กระชับกอดร่างบางนั่นให้แน่นขึ้นขึ้น แน่นขึ้นเหมือนจะยึดร่างบางให้เป็นของตัวเอง.......

“อื้ม...........” ประโยคสั้นๆที่เรียวพูดออกมา รับรู้บ้างมั้ยนะ......ว่าคนที่ถูกกอดอยู่รับรู้ถึงความสิ้นหวังไม่แตกต่างกัน

ทั้งสิ้นหวัง ทั้งเจ็บปวด..........

รั้งฉันไว้สิ บอกฉันว่าอย่าไปรักใคร
ได้โปรดเรียวจัง
อย่าพรากความฝันของฉันไป
ได้โปรด
รักฉัน รักฉัน บอกสิว่ารักฉัน


.
.

“ยินดีด้วยนะฮิโระ............ ” ความเจ็บปวดถาถมเข้าใส่ความรู้สึกของเรียวยามได้พูดคำๆนี้ออกไปแต่ในขณะเดียวกันมันก็ส่งผลเป็นระลอกคลื่นซัดซาหัวใจของฮิโรกิให้พังทลายไม่แตกต่างกัน

“อื้ม.......ขอบคุณนะเรียวจัง ”

แล้วฉันก็ได้รับรู้ถึงความจริง

ขอบคุณนะเรียวจัง..............
ขอบคุณที่ไม่เคยรักกันเลย

ไม่เลย ไม่เคย......แม้แต่วินาทีเดียว
ตลอดชั่วชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา...หัวใจนายไม่เคยมีฉันเลยแม้แต่นิดเดียว

.
.


เรียวตื่นมาในตอนเช้าพร้อมกับความว่างเปล่า เค้าจำได้ว่าหลังจากปล่อยฮิโรกิออกจากอ้อมกอดร่างบางก็ทิ้งตัวลงตะแคงข้างหันหลังให้กับเค้าทันทีโดยไม่พูดไม่จาอะไรกันอีก.........

มือใหญ่ลูบลงเบาๆที่หมอนนิ่ม รอยเย็นมาแทนทีความอบอุ่นที่ควรจะเป็นเรียวเลยเดาได้ว่าฮิโรกิคงลุกไปตั้งแต่เช้ามืด ว่าแล้วก็ยิ้มบางๆให้กับควารู้สึกที่ปนเปอยู่ในขณะนี้ แล้วก็ถอนหายใจออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุณแม่เรียกลงไปทานอาหารเช้า

ระหว่างทานอาหารเช้าเรียวได้แต่เหม่อลอยอยู่คนเดียว กินคำจิ้มคำจนลืมดูเวลาว่าสายเต็มทนแล้ว เรียวได้แต่ลุกกระวีกระวาดวิ่งไปหน้าบ้าน

“ตายๆฮิโระด่าตายแน่ๆ...... ”

แต่ในขณะที่กำลังไขโซ่จักรยานออกนั้นมือใหญ่ก็สะดุดกึกกับเสียงร่าเริงของฮิโรกิกับเสียงทักทายของใครบางคนที่ไม่คุ้นหูเอาซะเลย

“ฮิโระจัง วันนี้มีเรียนตอนสิบโมงใช่มั้ยครับ ” ‘ฮิโระจัง’ งั้นเหรอ.......แน่สินะก็เค้าเป็น ‘แฟน’ กันนี่

“อื้ม......วันนี้คลาสของเคย์จังไม่มีเรียนตอนเช้าไม่ใช่เหรอ ” ฮิโรกิว่าก่อนที่กระเป๋าใบเล็กๆนั่นจะถูกโคยาม่าแย่งไปถือให้ ร่างสูงพยักหน้ารับแต่ก็ส่งยิ้มหวานมาให้ฮิโรกิที่ยืนยิ้มจนตาปิดให้.......คนรัก

“แบบนี้รบกวนเคย์จังแย่......ต่อไปนี้ถ้าไม่มีเรียนเช้าก็ไม่ต้องมารับนะเดี๋ยวฮิโระไปกับเรียวจังก็ได้” เรียวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตัวเองออกจากปากของฮิโรกิจู่ๆหัวใจก็พองโตขึ้นมา.......ฮิโรกิยังคิดถึงเค้าอยู่

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมมารับทุกวันเลย เราเป็นแฟนกันนะให้ฮิโระจังไปกับคนอื่น ผมหึงแย่…”

คนอื่นงั้นเหรอ..............

“งั้นเหรอ....อื้มก็ได้ ขอบคุณมากๆนะเคย์จัง ”

ฉันเป็นคนอื่นสำหรับนายแล้วเหรอฮิโระ ?

เหมือนถูกตบจนหน้าชาในขณะที่ยังตื้นตันอยู่ในใจ เรียวแทบจะปล่อยให้จักรยานคันสวยที่ใช้เคยไปส่ง ฮิโรกิเป็นประจำ ไม่สิ ตั้งแต่มีจักรยานคันนี้ไม่มีวันไหนเลยที่เบาะหลังไร้ร่างของฮิโรกิ

แต่ต่อไปนี้มันคงไม่จำเป็นแล้วสินะ........
จักรยานของเราสองคนมันจะไม่มีแล้วล่ะนะ

แล้วโคยาม่าก็เปิดประตูรถบีเอ็มคันหรูสีแดงให้ฮิโรกิขึ้นไปนั่งข้างคนขับ เรียวเหลือบมองเห็นใบหน้าของ ฮิโรกิยามที่รถแล่นออกไป รอยยิ้มกว้างที่แสนจะอบอุ่นกำลังยิ้มให้กับโคยาม่าราวกับรอยยิ้มนั่นหาที่สุดไม่ได้และดูเหมือนฮิโรกิจะลืมไปว่ารอยยิ้มฮิโรกิไม่เคยยิ้มให้ใครดูนอกจาก........เรียวคนเดียวท่านั้น

แวบเดียวที่ผมหลับตาลงหลังจากเห็นรอยยิ้มของฮิโระ เสียงลมหวีดวิ้วดังขึ้นข้างๆหูผมจนน่ารำคาญ
และเมื่อผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งมองไล่รถสีแดงคันหรูนั่นไปช้าๆจนลับตา ผมก็ต้องยอมรับความจริง

ความจริงที่ว่า

ผมจะไม่มีฮิโรกิอีกแล้ว............

มันจะสายเกินไปเพียงไรถ้าผมอยากจะพูดตอนนี้
พูดว่า.......ผมรักฮิโรกิ................
แต่มันอาจจะสายไปแล้วก็ได้

ผมหลับตาลงไม่คิดจะร้องไห้ให้เสียเวลาเพราะผมยอมเสียเวลาที่มีค่ามากกว่าเวลาที่จะร้องไห้เป็นสิบปีไปโดยไม่รู้ความรู้สึกที่มีมาโดยตลอด ความรู้สึกที่มอบให้ฮิโรกิ

มันไม่ใช่แค่เพื่อนมานานเท่าไรกันแล้ว
อาจจะสักเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เราจูบสัญญากันที่สวนสาธารณะ
ที่ชักพาตัดคำว่าเพื่อนของผมกับฮิโรกิออกจากกัน
จนถูกแปรเปลี่ยนเป็นความรักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ผมสูญเสีย
โดยไม่เคยได้รับ


สาสมแล้วกับความเสียใจครั้งนี้

เวลาผ่านไปเป็นเดือนที่เรียวกับฮิโรกิไม่ได้คุยอย่างจริงๆจังๆเพราะไม่ว่าเวลาไปหรือกลับ ร่างบางนั่นมักจะมีโคยาม่าคอยประกบไม่ห่าง เรียวก็ยังไม่ชินสักนิดกับชีวิตที่ไม่มีฮิโรกิ

แล้วคิดเหรอว่าฮิโรกิจะชินกับชีวิตที่ไม่มีเรียว

ฮิโรกิทรุดหน้าลงกับพื้นโต๊ะเลคเชอร์ที่ห้องวิทย์แล้วร่างบางก็แหกปากร้องไห้ต่อหน้าคนที่ร่วมเรียนวิชานี้นับร้อยในห้องจนยูยะต้องรีบปราดเข้ามาโอบกอดเอาไว้พร้อมกับขออนุญาตอาจารย์ออกไปข้างนอกโดยอ้างว่าฮิโรกิไม่สบายขั้นรุนแรง

“ฮิโระจังเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม........ ” ยูยะว่าขณะที่กำลังใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพยุงคนตัวบางแต่ร่างโปร่งที่ดูเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรงเดินเอาเสียเลยเบาๆ

“ยู...ยะจัง ฮือๆ ฉันไม่ไหวแล้วนะ....... ” สะอึกสะอื้นจนบรรดานักศึกษาที่เดินสวนกันไปมามองเป็นสายตาเดียวกัน

“เป็นอะไร ค่อยเล่าสิ ”

“ฮือๆ ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว ฮิโระ ฮือ คิดถึงเรียวจัง ไม่ได้คุยกันมาเป็นเดือนแล้วนะ.... ” แล้วก็เอ่ยเจตจำนงที่แท้จริงของการร้องไห้ออกมา ยูยะพาฮิโรกิมาหยุดบริเวณใต้ต้นไม้บนเก้าอี้ที่คณะวิทย์ก่อนจะดันร่างโปร่งบางลงนั่งเบาๆ

“อื้มๆ รู้แล้วว่าไม่ได้คุยกันเป็นเดือนแต่ฮิโระจังจะให้ฉันทำยังไงดีล่ะในเมื่อเรียวคุงนะจะกลายเป็นหินไปทุกวันแล้ว เมื่อวันก่อนฉันเข้าไปคุยด้วยก็ไม่คุยกับฉันสักคำ ”

พอยูยะพูดจบแทนที่ฮิโรกิจะหยุดร้องแต่มันก็เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามเมื่อฮิโรกิแหกปากร้องไห้หนักกว่าเดิม

ใบหน้าสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจนยูยะต้องรั้งร่างของฮิโรกิมาซบไว้บนบ่าก่อนจะลงมือลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างเบามือ

“ไม่ร้องนะฮิโระจัง.......ฉันเองพูดจริงๆก็คิดไม่ออกแล้วกับเรื่องของนายสองคนน่ะ ” ยูยะพูดอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งเกาไปที่ท้ายทอยแก้เก้อ

“ตอนแรกฉันคิดว่าอะไรๆมันจะๆไปได้สวย คิดว่าเรียวคุงคงปราดมากระชากนายออกไปจากเคย์จังแน่ๆแต่มันก็ดูเหมือนจะกลับตาลปัตรไปหมด นอกจากเรียวคุงจะไม่มาแย่งนายคืนไปแล้วฉันรู้สึกว่าเค้าหลบหน้านายด้วยซ้ำไป”

ฮิโรกิยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตาแล้วเริ่มร้องไห้ต่อไปอีกระลอก ยูยะเริ่มหวั่นเพราะไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรในตอนนี้ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ฮิโรกิสงบลงง่ายๆจึงทำได้แต่ยกมือลูบไปบนแผ่นหลังบอบบางที่กำลังสั่นเทิ้มไปตามแรงสะอื้นก็เท่านั้น...........

กว่าฮิโรกิจะเลิกร้องไห้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแน่นอนว่าวันนั้นทั้งยูยะทั้งฮิโรกิต่างโดดคาบวิทย์กันอย่างสนุกสนาน 3 คาบติดต่อกันนั่นหมายถึงว่าเป็นช่วงเวลา 3 ชั่วโมงที่ยูยะได้แต่นั่งฟังฮิโรกิร้องไห้โดยไร้คำพูดใดๆ และเมื่อกริ่งตีสัญญาณพักเที่ยงยูยะก็ลูบท้องของตัวเองปอยๆแล้วยิ้มแหยะๆให้ฮิโรกิ ร่างบางจึงยอมลุกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากหน่วยตาสวยดึงมือพายูยะไปเลี้ยงอาหารตอบแทนที่ยอมนั่งฟังเค้าร้องไห้ตั้ง 2 ชั่วโมงโดยไม่บนสักคำ

ฮิโรกิที่ท่าทางจะสบายใจขึ้นมากเลยอาสาไปซื้ออาหารให้ยูยะโดยคนร่างบางสูงโปร่งดันยูยนะให้นั่งรออยู่เฉยๆก่อนจะเดินเฉิดฉายมีรอยยิ้มดั่งแสงตะวันไปที่ร้านอาหารประจำของยูยะ

แน่นอนว่าข้าวชุด A เป็นสิ่งที่ฮิโรกิจะเลือกให้ยูยะ ทั้งปลา ทั้งนมอุดมไปด้วยแคลเซี่ยมทั้งนั้น ฮิโรกิแอบหัวเราะเบาๆสารพัดตัวเร่งความสูงของยูยะโดนฮิโรกิเลือกมาให้ซะแล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ต้องการก็ตาม ส่วนอาหารมื้อกลางวันของฮิโรกิมีเพียงนมสด 1 แก้วเท่านั้นเอง แน่นอนว่าแม้จะร่าเริงแจ่มใส่ขึ้นมากแค่ไหนเค้าก็ยังไม่อยากอาหารอยู่ดี...........

และแล้วสิ่งที่ทำให้ฮิโรกิที่เดินถือถาดอาหารมาต้องหยุดกึกคงไม่พ้นสิ่งเดียว.............
คนที่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้..............

นิชิคิโด เรียว

เรียวยืนอยู่ตรงหน้าร่างบาง ฮิโรกิเดาได้ว่าเรียวคงทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเพราะเมือ่ก่อนเรียวมักจะลากเค้ามาโรงอาหารอย่างว่องไวเพื่อทานอาหารกันอย่างเงียบๆโดยเรียวมีเหตุผลแค่ไม่ชอบอยู่ในที่ที่หนวกหูมากเท่านั้นเอง ฮิโรกิยิ้มบางๆให้กับเรียวแต่เจ้าตัวคนได้รนับรอยยิ้มกลับเบือนหน้าหนีไปชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

“เป็นไงบ้าง...ฮิโระ ” เพียงแค่น้ำเสียงแผ่วเบาที่เรียกชื่อฮิโรกิออกมาจากริมฝีปากเหยียดยาวนั้นก็สะท้อนความอ่อนแรงในอกของฮิโระได้เป็นอย่างดี

“อะ...อื้ม เรียวจังคือว่า......... ”

“ขอโทษนะฉันรีบคือว่าวันนี้มีธุระที่คณะนิดหน่อย ไปก่อนนะ...........”

เรียวเดินตัวปลิวผ่านฮิโรกิไปทำราวกับคนรู้จักที่ทำได้แค่ทักทายแล้วจากกันไป กระเป๋าเป้สีดำที่ฮิโระซื้อให้ยังคงสะพายอยู่บนหลังของเรียว ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งย้ำความรู้สึกต่างๆที่ประดังเข้ามาในช่วงเวลานี้มากมาย

เจ็บปวด ทรมาน เรียวจังถึงแม้จะไม่เคยรักฉันเลยก็ตาม
แต่ได้โปรด........อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้
ฉันยอมที่จะถูกคนทั้งโลกทอดทิ้งแต่ยกเว้นนาย
ยกเว้นแค่เรียวจังที่ฉันจะไม่ยอมสูญเสียหรือยอมให้จากฉันไปเด็ดขาด...

เสียงถาดอาหารตกกระทบลงกับพื้นกระเบื้องสีขาวไข่มุก สีขาวจากน้ำนมในแก้วของฮิโรกิแตกกระจายคละเคล้าไปกับเศษอาหารในถาดที่หกเลอะเทอะเต็มพื้น และไม่นานก่อนที่เรียวจะเดินไปไกลจนไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ ฮิโรกิตัดสินใจทำในสิ่ง............ที่เค้าจะทำถ้ามันจะได้เรียวกลับคืนมา

ร่างบางยอมทิ้งร่างของตัวเองนั่งลงบนพื้น ปั้นสีหน้าเจ็บปวดได้โดยไม่ต้องเสแสร้งใดๆมือเล็กๆวางเข้าอย่างจังโดยตั้งใจลงบนเศษแก้วชิ้นใหญ่ที่ปักลงบนผิวมื้อสวยๆ ฮิโรกิกัดริมฝีปากสกัดกั้นเสียงร้องและน้ำตาที่กำลังจะทะลักออกมาเพราะความเจ็บปวดที่ได้เลือกทำลงไป

เพียงเพราะอยากให้ใครหันกลับมามอง...............

เรียวรู้สึกถึงแรงผลักของคนในโรงอาหารบางคนที่รีบวิ่งกุรีกุจอไปทางด้านหลังเค้าพร้อมกับเสียงร้องเอะอะโวยวายกับคำพูดที่ดึงสติและสองเท้าของเค้าให้หันกลับไปด้านหลัง...ที่ที่มีสิ่งสำคัญในชีวิตของเค้าอยู่ตรงนั้น

“ฮิโรกิจังคณะวิทย์โดนแก้วบาด...ชิ้นใหญ่สุดปักลงมือเลยนะเธอ ”

เรียวสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆแหวกวงล้อมเข้าไปคนที่ยืนมุงอยู่แต่ไม่คิดจะช่วยอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าที่เห็นคือฮิโรกิที่นั่งพับขาจมกองเลือดอยู่โดยไม่มีน้ำตาจากคนขี้แยให้เห็นสักหยด เรียวนึกโวยวายในใจถึงไอ้เจ้าโคยาม่าที่ไม่รู้หายหัวไปไหนทำไมปล่อยให้แฟนตัวเองต้องทนเจ็บอยู่อย่างนี้............

แต่ก่อนที่จะคิดอะไรได้มากกว่านี้เรียวก็อดทนไม่ไหวที่จะขอทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เป็นฮีโร่ของฮิโรกิเหมือนเดิมอย่างที่ตอนเด็กๆที่เคยเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวช่วยฮิโรกิทุกครั้งที่ทำได้...แม้ว่าปัจจุบันนั่นจะกลายเป็นอดีตที่สวยงามไปเสียแล้ว ในเมื่อฮิโรกิมีเจ้าชายตัวจริงอยู่ข้างๆ...

ฮิโรกิกำมือแน่นแถมยังกำมือข้างที่มีเศษแก้วปักอยู่ทำท่าทีเหมือนกำลังเกร็งเพราะความเจ็บปวดซึ่งมันก็แค่ส่วนนึงเท่านั้นในเมื่อฮิโรกิแค่อยากจะให้เศษแก้วปักลงไปให้ลึกที่สุด เอาให้เจ็บปวดที่กายจนลืมความเจ็บปวดที่หัวใจกับท่าทีแสดงอาหารของเรียวเมื่อครู่ให้สนิทใจ

เจ็บเยอะๆ........จะได้เลิกเจ็บที่ใจสักที

และชั่ววินาทีที่ข้อมือเล็กถูกกระชาก............ฮิโรกิหันมองไปตามแรงกระชากนั่นและก็พบว่าเป็นเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเด็กๆของตัวเองกำลังนั่งคุกเข่าใส่ผ้าเช็ดหน้าเช็ดแผลเค้าเบาๆอย่างอ่อนโยนเหมือนกับเรียวจังเจ้าชายคนดีของฮิโรกิเหมือนเดิม แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้คนขี้แยเจ้าน้ำตาอย่างฮิโรกิร้องไห้ออกมาได้อย่างไม่อายใคร

เพียงเพราะรับรู้ว่าตัวเองยังมีเกราะกำบังที่ช่วยเค้าเสมอ...เกราะที่ชื่อว่าเรียวจัง

“ไม่เป็นไรนะฮิโระ...ไม่เป็นไรเดี๋ยวไปโรงพยาบาลกันนะ ” กระเถิบร่างให้เข้าใกล้ฮิโรกิมากที่สุดแล้วร่างบางก็ซุกหน้าลงกับบ่าของเรียว น้ำตาชื้นแฉะอยู่บนบ่าของเรียวกับคำพูดที่ฟังดูน่ารักที่สุดในโลก

“เจ็บ...ฉันเจ็บ...ฮิโระเจ็บ...เรียวจัง ”

“ไม่เป็นอะไรนะ มีฉันอยู่ตรงนี้ไปหาหมอก็ไม่เจ็บแล้วล่ะ...”

แล้วเรียวก็ตัดสินใจเปลี่ยนกระเป๋าเป้มาสะพายข้างหน้าแทนพร้อมกับแบกร่างบางๆของฮิโรกิขึ้นหลังเหมือนที่เคยทำมาตลอดชีวิต ฮิโรกิซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของเรียวพยายามดูดซับความอบอุ่นในตอนนี้ไว้ให้มากที่สุด เพราะกลัว กลัวว่าเรียวจะกลับมาเย็นชาอีก.........กลัวว่าเจ้าชายเรียวจังของเค้าจะเป็นแค่ภาพลวงตาแค่ชั่ววินาทีเท่านั้น

เรียวเลือกที่จะพาฮิโรกิไปคลีนิคเล็กๆที่ใกล้มหาวิทยาลัยแทนที่จะเป็นโรงพยายามเมื่อเรียวมองเห็นสีหน้าที่กลั้นความเจ็บปวดของฮิโรกิ เค้าแทบจะทนไม่ไหวจนอยากจะดึงเศษแก้วนั่นออกจากมือนิ่มๆของ ฮิโระแล้วมาปักลงบนมือหยาบกร้านของตัวเองแทน เรียวสาบานได้ว่าเค้ายอมเจ็บกับเศษแก้วที่ทิ่มแทงลงบนผิวมือของตัวเองแทนที่เค้าจะได้เห็นฮิโรกิต้องเจ็บปวดแบบนี้

“ไม่เป็นไรนะ เชื่อฉันสิ...หมอจะเย็บแผลให้นายแค่ไม่กี่เข็มเท่านั้น...เดี๋ยวก็หายเจ็บนะ” เรียวนั่งอยู่ในห้องฉุกเฉินของคลินิกกับฮิโรกิ มือข้างหนึ่งของเรนียวกำลังมอบกำลังใจให้ฮิโรกิโดยการกุมมือนิ่มอีกข้างของฮิโรกิไว้แน่นๆเป็นการย้ำว่าไม่ได้อยู่คนเดียว..........

เรียวนั่งอยู่ในนั้นตั้งแต่วินาทีนั้น ฮิโรกิงอแงไม่ยอมให้เรียวออกไปข้างนอกและถึงฮิโระจะไล่เรียวก็รู้ว่าตัวเองจะไม่ยอมเดินออกไปเด็ดขาด เรียวเฝ้ามองฮิโรกิตั้งแต่หมอค่อยๆดึงเศษแก้วที่ปักลงไปในผิวเกือบครึ่งออก หมอบอกว่าแผลลึกมากพอสมควรเลยทีเดียว เย็บก็คงหลายเข็มเอาการพอได้ยินแบบนั้นฮิโรกินึกสมน้ำหน้าตัวเองที่ลงทุนมากไปนิดด้วยการเบะปากออกมาเตรียมตั้งท่าจะร้องไห้อีกเป็นครั้งที่นับไม่ได้ของวัน

พอได้รับแรงกุมแน่นที่มืออีกข้าง.......ความอบอุ่นในวัยเยาว์ก็หวนกลับมา เรียวคนหน้าโหดที่มักจะปลอบเค้าในยามที่ต้องมีช่วงเวลาที่ทุกข์แสนสาหัส มือที่ไม่ได้ใหญ่กว่าเค้าไปเท่าไรในวัยเด็กที่คอยสัมผัส คอยปลอบประโลมเบาๆ

แล้วหมอก็เริ่มที่จะเย็บแผลของฮิโระโดยไม่ต้องฉีดยาใดๆฮิโระนั่งหลับตาโดยไม่คิดจะลืมตาขึ้นมาหากยังเย็บแผลไม่เสร็จ ผิดกับเรียวที่นั่งจ้องตั้งแต่เข็มๆแรกปักจึกลงบนผิวฮิโระ จ้องมองราวกับว่าจะจดจำว่าคุณหมอปักลงและดึงขึ้นจากส่วนใดก่อนบ้างและอีกมือก็คอยบีบมือฮิโระเบาๆ............

ฉันอยู่ตรงนี้ฮิโระ.......อย่ากลัวไปเลย
ฉันจะอยู่ตรงนี้เสมอ.......ถ้านายต้องการ

ฉันรัก รัก รักนายมากเหลือเกิน รู้บ้างมั้ย ? ฮิโระ

TBC CHAPTER 2